ปอดเป็นอวัยวะของระบบหายใจ
อยู่ภายในทรวงอกทั้ง 2 ข้าง ปอดข้างขวามีขนาดใหญ่กว่าทางซ้ายเล็กน้อย
ข้างขวาแบ่งออกเป็น 3 พู (lobes) ส่วนล่างซ้ายมี 2
พู
⇒
รูปร่างลักษณะของปอด
ปอด มีรูปร่างลักษณะโดยทั่ว ๆ ไปคล้ายกับต้นไม้หรือพุ่มไม้ เอาลำต้นขึ้นและเอาพุ่มหรือยอดลง มีเยื่อหุ้มปอดบาง ๆ คล้ายเอาถุงพลาสติกมาหุ้มหรือคลุมไว้อีกทอดหนึ่ง หลอดลมใหญ่(trachea) ที่เป็นทางผ่านของอากาศเข้าสู่ปอดเทียบได้กับลำต้นของต้นไม้จากหลอดลมใหญ่นี้ จะแยกเป็น 2 กิ่ง ขวาซ้าย เรียกว่า หลอดลม (bronchus) ไปสู่ปอดแต่ละข้าง กิ่งหรือหลอดลม แต่ละข้างนี้ จะผ่านเยื่อหุ้มปอดไปสู่ปอดและแตกแขนงเล็ก ๆ เรียกว่า หลอดลมฝอย (bronchioles) จนกระทั่งถึง ถุงลมเล็ก ๆ มากมาย มีลักษณะคล้ายลูกโป่งหรือเป็นพวงคล้ายองุ่น เรียกถุงลมเหล่านี้ว่า “แอลวีโอไล” (alveoli) รอบ ๆ ถุงลมนี้มีลักษณะเป็นแผ่นเยื่อบาง ๆ และมีเส้นเลือดฝอยมาสัมผัสมากมาย สำหรับแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เลือดที่มีก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์มาก
(มีก๊าซอ๊อกซิเจนน้อย) เรียกว่า เลือดเสีย คือ เลือดที่ยังไม่ได้ไปฟอกที่ปอด
จะถูกหัวใจสูบฉีดไปสู่ปอดเพื่อมีการถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกและรับก๊าซอ๊อกซิเจนเข้า
กลายเป็นเลือดที่ฟอกแล้วเรียกว่า เลือดดี ก็จะไหลกลับเข้าสู่หัวใจ เพื่อสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายต่อไป
⇒
หน้าที่ปอด
ปอด มีหน้าที่ในการหายใจ
เพื่อนำก๊าซออกซิเจนเข้ามา และถ่ายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไป
คนเราปกติมีการแลกเปลี่ยนก๊าซประมาณวันละ
20 ลูกบาศก์ฟุต หายใจเข้าออกประมาณ 17 ครั้งต่อนาที และสามารถหายใจได้ถี่ถึง 70-80
ครั้งต่อนาที ในกรณีที่กล้ามเนื้อทำงานหนัก เช่น
การออกกำลังกายหรือในกรณีที่เป็นปอดบวม
⇒ วิธีการทำงาน
การแลกเปลี่ยนก๊าซและการใช้ออกซิเจน
เมื่อเราหายใจเข้า อากาศภายนอกเข้าสู่อวัยวะ ของระบบหายใจไปยังถุงลมในปอดที่ผนังของถุงลมมีหลอดเลือดฝอยติดอยู่
ดังนั้นเมื่ออากาศผ่านเข้ามาถึงถุงลมจึงมีโอกาสใกล้ชิดกับเม็ดเลือดแดงซึ่งไหลมาพร้อมกับเลือดภายในหลอดเลือดฝอยมากขึ้น
จากนั้นออกชิเจนในอากาศซึ่งมีประมาณมากกว่าประมาณออกซิเจนในเลือด ก็จะซึมผ่านผนังถุงลมและผนังหลอดเลือดฝอยนี้เข้าสู่เม็ดเลือดแดง
และพร้อมกันนั้น คาร์บอนไดออกไชด์ที่เหลือจากกระบวนการเมทาบอลิซึมของเซลล์ต่าง ๆ
ในร่างกาย และส่งมากับเม็ดเลือดแดงก็จะออกจากเม็ดเลือดผ่านผนังออกมาสู่ถุงลม
ปกติในอากาศมีออกชิเจนร้อยละ 20 แต่อากาศที่เราหายใจมีออกซิเจนร้อยละ
13
⇒ กำจัดของเสียทางปอด
การกำจัดของเสียทางปอด
กำจัดออกมาในรูปของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นผลที่ได้จากกระบวนการหายใจ
โดยน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แพร่ออกจากเซลล์เข้าสู่หลอดเลือดและเลือดจะทำหน้าที่ลำเลียงไปยังปอด
แล้วแพร่เข้าสู่ถุงลมที่ปอด
หลังจากนั้นจึงเคลื่อนผ่านหลอดลมแล้วออกจากร่างกายทางจมูก ซึ่งเรียกว่ากระบวนการเมแทบอลิซึม
⇒โรคที่เกี่ยวกับปอด
มีหลายอย่าง เช่น
วัณโรคปอด (Tuberculosis)
หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ที.บี. (T.B.)
ปอดบวม (Pneumonia) อาการบวมอย่างรวดเร็วของปอด
เนื่องจากสภาพของปอดซึ่งตามปกติมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ยืดหยุ่นได้
จะเปลี่ยนสภาพเป็นก้อนแข็ง เกิดจากสาเหตุหลายประการ
โดยมากเกิดจากเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมาก
นอกจากนี้อาจจะมีการอักเสบที่หลอดลมเรียกว่า
หลอดลมอักเสบ(bronchitis) การแพ้ฝุ่นหรือโรคภูมิแพ้
(Hay fever) ทำให้เกิดการเป็นหวัดคัดจมูก
เนื่องจากในฝุ่นละอองมีละอองเกสรดอกไม้บางชนิด ฝุ่นนุ่น ขนสัตว์ ไรแดง และอื่น ๆ
อีกมากมายที่ทำให้ร่างกายเกิดการแพ้ทุกครั้งที่เข้าใกล้สิ่งเหล่านี้
และจะทำให้เกิดการจามติดต่อกันหลายครั้ง แล้วมีอาการน้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
สำหรับคนที่สูบบุหรี่ใหม่ ๆ เพิ่งหัดสูบ
จะรู้สึกระคายเคืองทำให้ไอและสำลักควันเพื่อขับสิ่งที่ติดมากับควันบุหรี่
ที่เรียกว่า นิโคติน สังเกตได้ที่มือและฟัน จะมีคราบของนิโคตินติดเป็นสีเหลือง
ขัดก็ไม่ค่อยออก เมื่อสูบบุหรี่บ่อยเข้าจนเกิดความเคยชิน จะไม่รู้สึกสำลักหรือไอ
ถึงแม้ท่านจะไม่เชื่อว่าการสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งที่ปอดได้
แต่การสูบบุหรี่ก็จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซน้อยลง เนื่องจากในควันบุหรี่มีแต่ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เต็มไปหมด
ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง การหายใจจะแรงมาก บางคนหายใจคล้ายคนเป็นหืด
เพราะก๊าซออกซิเจนไม่เพียงพอ มีวิธีทดลองง่าย ๆ เกี่ยวกับก๊าซ ออกซิเจนไม่เพียงพอ
คือ ในตอนกลางคืนจุดกองไฟเผาขยะหรือไล่ยุงก็ตาม ท่านที่นั่งอยู่รอบ ๆ
กองไฟเวลามีควันผ่านมาท่านจะรู้สึกหายใจไม่พอ จนต้องลุกหนีดังนั้น
คนเราจึงต้องการอากาศบริสุทธิ์มาก ยิ่งคนที่ทำงานตามโรงงานที่มีควันมาก ๆ
หรือคนกรุงเทพฯที่อยู่ในย่านที่มีอากาศเสียจากควันท่อไอเสียรถยนตร์มากมายแล้ว
ถึงแม้ท่านจะเป็นคนไม่สูบบุหรี่เลย ก็เท่ากับท่านได้สูบบุหรี่ทุกวัน วันละ 1 ซอง
แล้วท่านยังจะเสียเงินเพื่อซื้อบุหรี่สูบอีกไหม
อีกหน่อยท่านอาจจะต้องเสียเงินซื้ออากาศบริสุทธิ์ไว้ใช้ในบ้านแน่นอน
หรืออย่างน้อยก็เสียเงินไปพักผ่อนตากอากาศตามชายทะเลที่มีอากาศบริสุทธิ์บ่อย ๆ
เป็นแน่

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น